Featured Products

Vestibulum urna ipsum

product

image-1

Detail | Add to cart

Aliquam sollicitudin

product

image-2

Detail | Add to cart

Pellentesque habitant

product

image-3

Detail | Add to cart

e-Pro-Innovation

แนวทางในการนำนวัตกรรม Web 2.0 มาใช้พัฒนาการเรียนการสอนให้เหมาะกับสมาชิกในกลุ่ม
ในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีเติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องปรับตัวและเตรียมความพร้อมรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการด้านการศึกษาด้วยเช่นกัน เนื่องจากสภาพผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมในการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนไป นับวันยิ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบต่างๆเพื่อประยุกต์ในการเรียนการสอนอย่างมากมาย โดยสามารถนำมาประยุกต์ในประเด็นต่างๆ เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การติดต่อสื่อสารและเผยแพร่ความรู้ที่สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้สอนต้องพัฒนาตนเอง ศึกษา พัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน ประยุกต์ใช้ ICT ให้เป็นเครื่องมือในการออกแบบระบบการเรียนการสอนรวมทั้งออกแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้จัดการเรียนการสอนดังกล่าวบรรลุจุดประสงค์ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

จากการศึกษาลักษณะที่สำคัญของ Web 2.0 ที่สนับสนุนการเรียนรู้แบบร่วมมือ เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative learning) เนื่องด้วยนวัตกรรม Web2.0 จะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้สอน สนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง) ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และสะท้อนความคิดออกมา แต่สิ่งสำคัญคือครูหรือผู้สอนต้องเข้าใจและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนการสอนรวมทั้งป้องกันและมีความพร้อมในการแก้ปัญหาจากผลกระทบที่เกิดจากผลด้านลบของเทคโนโลยี

ตัวอย่างของเทคโนโลยี Web 2.0 ที่ควรจะนำมาใช้ร่วมกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนพร้อมผลกระทบและข้อพึงระวัง ดังนี้
1. Blog
Blog เป็นเครื่องมือสื่อสารผ่านระบบเว็บ หมายถึงการรวมหน้าเว๊บไซต์หลาย ๆ แบบ ไม่ว่าจะเป็นบันทึกออนไลน์ พื้นที่ส่วนตัวสำหรับแสดงความคิดเห็น พื้นที่สำหรับการร่วมกลุ่มที่มีแนวความคิดคล้าย ๆ กัน พื้นที่สำหรับข่าวคราวใหม่ ๆ พื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ และสามารถนำเสนอได้อย่าหลากหลายรูปแบบ เช่นเป็นข้อความธรรมดา ภาพนิ่ง เสียง และวิดีโอ
Blog เป็นการปฎิสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ทำให้ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็น วิจารณ์ผลงาน ตลอดจนติดตามผลงาน โดยผ่านทางเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพของ Blog
การนำ blog มาใช้ในการพัฒนการเรียนการสอน
มอบหมายงาน โดยให้ส่งงานหรือนำเสนอผลงานทาง Blog ถ้าผลงานดีก็แนะนำให้นักศึกษาเข้าไปเยี่ยมชม โดยผู้สอนสามารถรับ/ส่ง บทความต่าง ๆ หรือ แสดงความคิดเห็นภายใน blog ไปยังกลุ่มผู้เรียนด้วย RSS ซึ่งเป็นการปล่อย Feed เนื้อหาของตนให้ Blog อื่น ๆ รับและแสดงเนื้อหาบน Blog เป็นการรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
ปัญหาที่พบ นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ และพยามที่จะสร้าง ส่วนมากส่งงานในรูปแบบเดิม คือทำเป็นรูปเล่ม แต่แนวโน้มในแต่ละปีกลุ่มนักศึกษารุ่นใหม่ ๆ จะทำ Blog มากขึ้น โอกาสในการทำ Blog มากขึ้น อีกทั้งตัวอาจารย์ส่วนมากมักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง รักวงจรการทำซ้ำ ทำอะไรที่คุ้นเคย และปฎิเสธความคิดริเริ่ม




2. Wiki
เป็นสื่อที่อนุญาติให้ผู้จากทั่วทุกมุมโลก ได้เขียน ดัดแปลงแก้ไข และเผยแพร่ข้อมูล เปรียบเหมือนให้กลุ่มผู้คนช่วยกันคิดเพื่อนำเสนอและแก้ไขงาน เพื้อนำมาใช้ร่วมกัน
การนำ Wiki มาใช้ในการพัฒนการเรียนการ
ผู้เรียนสามารถบันทึกและร่วมกันทำงานในพื้นที่เอกสารส่วนกลางร่วมกันได้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตามงานกลุ่ม และสามารถ Link ไปยังส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการอ้างอิง แต่การแก้ไขบางข้อความปราศจากการตรวสอบ ซึ่งอาจทำให้ผลงานในกลุ่มผิดพลาดได้

3. Google Sites
เป็นระบบบริหาร ห้องเรียนเสมือนจริง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นเว๊บที่รวบรวมเผยแพร่กิจกรรมต่าง ๆ การจัดเก็บรูปตามหมวดหมู่ ทำภาพแบบ Slider โดยอาศัย Picasa เก็บรวบรวม วิดีโอ และนำเสนอโดยอาศัย YouTube นอกจากนี้ยังสามารถผนวก ใช้ร่วมกับ Google Document และ from ในการสร้างแบบสอบถาม รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมการนำเสนอผ่านเว๊บไซต์ นอกจากนี้ยังมี การจัดทำรายการ การเก็บข้อมูลในรูปของ Folder พร้อมเครื่องมือค้นหาในหน้าเว๊บที่เราจัดทำ
การนำ Google Sites มาใช้ในการพัฒนการเรียนการ
มอบหมายงานให้ทำกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนรับผิดชอบทำแต่ละส่วน ประกอบด้วยส่วนเนื้อหา รวบรวมรูปถ่าย จัดทำวีดีโอ กิจกรรมต่าง ๆ ผลที่ได้จากการจัดทำโครงงาน จากนั้นนำมาจัดทำ ผ่าน Google Sites จากนั้นผนวก Google Document เข้าเพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน โดยมี Google Apps เป็นตัวเสริม นอกจากนี้ยังสามารถแทรก script ลงไปใน Tag HTML ภายใน Google Sites หรือแทรก iframe เพื่อสร้าง Gadget ในการแทรก flash หรือข้อมูลต่าง ๆ ลงใน Google Sites ตามรูปแบบที่เราต้องการได้
ข้อดีการใช้ Google Sites มีเครืองมือในการบริหารจัดการหลากหลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ สามารถแทรก script ลงไปใน tag html สำหับผู้ที่มีความรู้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ทางโปรมแกรมก็สามารถ จัดทำได้ตามรูปแบบที่มีให้เลือกมากมาย แต่ใช้ค่อนข้างยาก ไม่เหมือน Blog

4. Windows Live
คู่แข่งของ Google Sites มีอุปกรณ์เสริมในค่าย Windows มากมาย ประกอบด้วยบริการเสริมสร้างที่เก็บรูป skyDrive โดยเฉพาะ office Live ใช้สร้างเว๊บ การจัดการง่ายกว่า Google Sites นอกจากนี้ Windows Live ยังมีบริการเสริม Social network คล้าย ๆ Face book ทำให้เกิดการขายตัวแบบ Net Work หรือเครือข่าย โดยเป็นการรู้จักกันต่อไปเป็นทอด ๆ ทำให้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ อยู่เสมอ
การนำ Windows Live มาใช้ในการพัฒนการเรียนการ
ผู้เรียนและผู้สอนสามารถพัฒนาหรือสร้างสื่อได้ตามความต้องการแต่มีข้อจำจัดอยู่บางประการ ผู้สอนและผู้เรียนสามารถสื่อสารกันได้ ทำให้เกิดความคุ้นเคยกับผู้เรียนและติดตามพฤติกรรม ความสนใจของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ ทำให้ผู้สอนเข้าใจปัญหาในด้านการเรียนการสอน

No Response to "e-Pro-Innovation"

แสดงความคิดเห็น